โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิง ทัพ “เสือใต้” ระบุ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ต้องรักษาระดับการเล่นของตัวเองให้ได้ พร้อมบอกว่ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ ฟีฟ่า เป็นรางวัลที่ดีกว่า บัลลง ดอร์ เพราะมีการเอานักเตะกับกุนซือมาช่วยตัดสิน

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกคนดังของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน บอกกับ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องรักษามาตรฐานของตัวเองให้ได้เป็นเวลานาน

เลวานดอฟสกี้ และ ฮาแลนด์ ต่างก็ได้รับการยกย่องให้อยู่ในกลุ่มกองหน้าที่เก่งที่สุดของทั้ง บุนเดสลีกา และวงการฟุตบอลในปัจจุบัน จากการที่พวกเขาทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็มีข่าวว่า บาเยิร์น คิดจะดึง ดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ มาเป็นทายาทของ เลวานดอฟสกี้ ด้วย

ดาวเตะเลือดโปแลนด์ให้สัมภาษณ์กับ พิลก้านอซน่า นิตยสารในบ้านเกิดว่า “เขา เป็นนักเตะที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกเมื่อได้ดูเขาเล่น แต่การที่ใครบางคนมีศักยภาพที่ดีมันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเป็นสตาร์ของจริงได้เป็นเวลาหลายปีหรอกนะ ทุกคนมีการพัฒนาที่แตกต่างกัน เขาเป็นนักเตะที่ทั้งแข็งแกร่ง, เร็ว และมีสรีระที่ดี ซึ่งเขาก็ใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นจุดหลักในการเล่นของเขา ขณะที่ผมน่ะมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเขา และเราก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะพัฒนาตัวเองในแบบไหน”

เลวานดอฟสกี้ เสริมว่าส่วนตัวแล้วตนยกให้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นรางวัลที่ดีกว่า บัลลง ดอร์ หลังจากเขาเพิ่งได้รางวัลของ ฟีฟ่า ประจำปี 2021 จนกลายเป็นการได้รางวัลนี้ 2 สมัยติดต่อกัน ตรงกันข้ามกับรางวัล บัลลง ดอร์ ที่แพ้ให้ ลิโอเนล เมสซี่ “พักหลังมานี้ผมคิดเกี่ยวกับรางวัล ฟีฟ่า เดอะ เบสต์ และ บัลลง ดอร์ เยอะมาก จนผมได้ข้อสรุปว่ารางวัลของ ฟีฟ่า มันดูดีกว่า บัลลง ดอร์”

“รางวัลหลัง (บัลลง ดอร์) น่ะมีแต่นักข่าวที่เป็นคนลงคะแนน ซึ่งมันก็ขาดความชัดเจนเหมือนกับที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญ, บรรดาอดีตนักเตะ และเหล่าแข้งในปัจจุบันมักจะพูดกันอยู่บ่อยๆ ขณะที่รางวัลของ ฟีฟ่า มีทั้งคนที่ทำอาชีพในวงการนี้และนักข่าวลงคะแนนโหวต ซึ่งคนที่ทำอาชีพในวงการนี้ก็คือเหล่ากัปตันทีมและโค้ช พวกเขาสามารถตัดสินตามความเป็นจริงได้ และสามารถประเมินความสำเร็จของเราได้อย่างถูกต้อง เพราะพวกเขารู้ว่าเกมแต่ละนัด, สถิติแต่ละอย่าง และอาการบาดเจ็บแต่ละครั้งมันจะส่งผลกับเราได้มากแค่ไหน”

“ในแง่ของชื่อเสียงแล้วน่ะ บัลลง ดอร์ อาจจะมีมากกว่ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ ฟีฟ่า แต่พอได้รู้ว่าผมได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน จากการโหวตของโค้ชและนักเตะด้วยกันแล้วน่ะ มันก็ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะผมรู้ดีว่าผมทำงานมาหนักแค่ไหนตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา”